ทำไมต้องกินกากใยให้ครบทั้ง 2 ชนิด?

รู้หรือไม่ ถ้าร่างกายไม่ได้รับกากใยอาหารที่เพียงพอหรือได้ไม่ครบ 2 ชนิด นอกจากจะทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานไม่สมดุลแล้ว ยังส่งผลต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกาย และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ถ้าพูดถึงไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร เพื่อน ๆ ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ซึ่งเจ้ากากใยอาหาร (Dietary fiber) เนี่ยสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้นะครับ

ชนิดที่ 1: กากใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) สามารถผ่านระบบทางเดินอาหารได้ง่ายกว่าเนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กแต่ผ่านไปถึงลำไส้ใหญ่ได้เลย กากใยชนิดนี้จะละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่น น้ำผลไม้ที่พบได้ทั่วไปตามท้องตลาด

ชนิดที่ 2: กากใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) คือละลายน้ำได้ต่ำหรือไม่ละลายเลย กากใยอาหารประเภทนี้สามารถสังเกตได้ง่ายด้วยตาเปล่า เช่น เวลาที่เราคั้นน้ำส้ม หรือน้ำผักที่มาพร้อมกาก

รู้หรือไม่? กากใยอาหารช่วยให้ระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ และการขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมีภูมิคุ้มกันและสุขภาพที่ดี

เพราะสุขภาพของระบบทางเดินอาหารเปรียบเหมือนเป็นหัวใจสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกายโยงกันเต็มไปหมด เช่น สมองและระบบประสาทส่วนกลาง และ ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

ครั้งแรกกับสมูทตี้น้ำผักผลไม้แนวใหม่จากมาลี กับ มาลีโฮมสไตล์ ไฟเบอร์โฟลว์ ความอร่อยใหม่กับเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง มีกากกกกกกกกใยเน้น ๆ ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

ขอบคุณบทความจาก หมอยาพาเพลิน


STAY UPDATED

Be the first to hear about Malee