เรื่องต้องรู้ “โพแทสเซียม” สำคัญอย่างไร

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ที่ปรึกษาชมรมโภชนวิทยามหิดล

ทุกๆ วันร่างกายควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และหลากหลายตามความต้องการของร่างกาย เพราะไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งให้สารอาหารครบจบในตัว มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป แต่หากว่าร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบ ระบบการทำงานของร่างกายก็จะรวน ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น อ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผิวหนังมีลักษณะผิดปกติ กระดูกหยุดเจริญเติบโต เป็นต้น

หนึ่งในสารอาหารที่ไม่ควรมองข้าม คือ “โพแทสเซียม” แร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โพแทสเซียมมีอยู่มากในอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน โกโก้ ถั่วต่างๆ และธัญพืช ดังนั้นจึงควรเลือกกินอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอ

ทำความรู้จักกับ โพแทสเซียม (Potassium)

โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้เป็นปกติ ช่วยขนส่งสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ช่วยการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ถ้าหากร่างกายมีระดับโพแทสเซียมต่ำ จะทำให้เกิดปัญหาการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวได้ง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน อัตราการเต้นของหัวใจอาจผิดปกติ รวมไปถึงอาจมีความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคนิ่วในไตเพิ่มขึ้นได้

“โพแทสเซียม” ทำหน้าที่อะไรในร่างกาย

  • ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่
    โพแทสเซียมร่วมกับโซเดียมในการช่วยควบคุมสมดุลน้ำ และรักษาความสมดุลกรดด่างในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
  • ช่วยลดโซเดียม

โพแทสเซียมเพิ่มการขับปัสสาวะ จึงช่วยลดปริมาณโซเดียมและของเหลวที่คั่งอยู่ในร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงช่วยลดอาการบวมน้ำได้

  • มีส่วนช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ

โพแทสเซียมช่วยส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ทำให้การตอบสนองของสมองและร่างกายเป็นไปอย่างปกติ เช่น การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนองต่อสิ่งเร้า และยังช่วยในการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ

  • มีส่วนช่วยสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนของเลือด

โพแทสเซียมจำเป็นต่อการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัวได้ปกติ ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

1 วัน : กินโพแทสเซียม เท่าไรถึงพอดี  

ใน 1 วัน เราต้องกินโพแทสเซียมเท่าไรถึงจะพอ มาดูกัน

อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับโพแทสเซียมมากเกินไป ไตไม่สามารถกำจัดโพแทสเซียมที่ร่างกายไม่ต้องการได้ จึงมีการสะสมของโพแทสเซียม ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ และหากมีปริมาณสูงมาก อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตและหัวใจ ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยโรคไต เบาหวานและภาวะหัวใจล้มเหลว ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการบริโภคอาหารที่มีโพแทสเซียม เพื่อป้องกันการมีโพแทสเซียมที่สูงเกินไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง

  • มะพร้าว

น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยโพแทสเซียมจากธรรมชาติ น้ำมะพร้าว 100 กรัม มีโพแทสเซียมประมาณ 165 มิลลิกรัม นอกจากดื่มเพื่อเติมความสดชื่น แก้ความกระหาย ลดอาการเหนื่อยล้าต่างๆ ได้ดี
ที่สำคัญมีส่วนช่วยลดปริมาณโซเดียมในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตและลดอาการบวมน้ำ

  • กล้วย

กล้วยมีสารอาหารประเภทโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วยน้ำว้า 1 ลูก มีโพแทสเซียม 128 มิลลิกรัม และกล้วยหอม 1 ลูก มีโพแทสเซียมสูงราวๆ 400 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง และช่วยปรับสมดุลน้ำหรือของเหลวได้เป็นอย่างดี

  • อะโวคาโด
    อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลาย และจัดเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” อะโวคาโด 100 กรัม มีโพแทสเซียมประมาณ 485 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ และโพแทสเซียมยังมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของน้ำกรดด่างในร่างกายอีกด้วย
  • มันฝรั่ง

มันฝรั่งเป็นแหล่งที่ดีของโพแทสเซียม ในมันฝรั่งต้มปราศจากเกลือ ทั้งเปลือกมีโพแทสเซียม 515 มิลลิกรัม โดยสามารถเลือกกินได้ทั้งมันฝรั่ง มันเทศ มันหวาน สลับกันไป

  • ผักโขม คะน้า
    ผักโขม คะน้า หรือผักใบเขียวชนิดอื่นๆ ล้วนแต่มีโพแทสเซียมอยู่ทั้งนั้น อย่างผักโขม 100 กรัมดิบ มีโพแทสเซียม 550 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ และยังมีสารช่วยป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระ และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

เคล็ดลับเติม “โพแทสเซียม” ในชีวิตประจำวัน

จะเห็นได้ว่าเราสามารถเลือกกินอาหารได้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน มีเคล็ดลับในการเลือกกินง่ายๆ ดังนี้

  1. ควรเลือกรับประทานผักผลไม้หมุนเวียนตามปกติ เลือกสีเข้ม-อ่อน สลับกันไป
  2. เพิ่มถั่ว หรือธัญพืช ในอาหารกินเล่น หรือเครื่องเคียงในเมนูต่างๆ
  3. กระบวนการปรุงอาหาร ควรเลือกแบบนึ่งหรือลวก แทนการทอด
  4. เลือกดื่มผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน

จะเห็นได้ว่าโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นปกติ ควบคุมความดันโลหิต รักษาสมดุลของเหลว และการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท การเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียมจากแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่หลากหลายชนิด ในปริมาณที่เหมาะสม จะมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี หรืออาจเลือกดื่มน้ำมะพร้าวมาลีที่มีโพแทสเซียมก็เป็นอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่มีเวลา จะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากโพแทสเซียมได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

Reference

  1. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563. [เข้าถึงเมื่อ 27 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/dri/download/?did=176096&id=62146&reload=
  2. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/84/อาหารที่มีโปแทสเซียมสูง 10 อันดับ ประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพ. [เข้าถึงเมื่อ 27 ตุลาคม 2568].
  3. https://hellokhunmor.com/ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวและข้อควรระวังในการบริโภค. [เข้าถึงเมื่อ 27 ตุลาคม 2568].